(๑) ให้คำนวณเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน โดยคำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสี่ร้อยคน
(๒) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคนตาม (๑) ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้หนึ่งคน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกหนึ่งคน
(๓) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละจังหวัดตาม (๒) แล้วถ้าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่คำนวณได้ยังไม่ครบสี่ร้อยคน ให้จังหวัดที่มีเศษเหลือจากการคำนวณตาม (๒) มากที่สุด มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษเหลือจากการคำนวณตาม (๒) ในลำดับรองลงมาตามลำดับ จนได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบสี่ร้อยคน
(๔) การกำหนดเขตเลือกตั้งให้ดำเนินการโดยจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคน ให้ถือเขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้ง แต่ถ้าจังหวัดใดมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินสามคน ให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้ง โดยจัดให้แต่ละเขตเลือกตั้งมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามคน
(๕) ในกรณีที่แบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดหนึ่งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบสามคนทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตเลือกตั้งที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละสามคนเสียก่อน แต่เขตที่เหลือต้องไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ถ้าจังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คน ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขต เขตหนึ่งให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองคน
(๖) จังหวัดใดมีการแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าหนึ่งเขต ต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน และต้องให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกันให้ดำเนินการนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง และให้ส่งผลการนับคะแนนของหน่วยเลือกตั้งนั้นไปรวมที่เขตเลือกตั้ง เพื่อนับคะแนนรวม แล้วให้ประกาศผลการนับคะแนนโดยเปิดเผย ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งแต่เพียงแห่งเดียวในเขตเลือกตั้งนั้นตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นเฉพาะท้องที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะกำหนดให้นับคะแนน รวมผลการนับคะแนน และประกาศผลการนับคะแนนเป็นอย่างอื่นก็ได้ ทั้งนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
--------------------------------------------------------------------------อยากให้พิจารณาข้อ(๕) ในกรณีที่แบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดหนึ่งฯ...และการแบ่งเขตการเลือกตั้งที่สัมพันธ์กับจำนวนประชากร โดยเป็นรากฐานเดียวกับการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นการตรวจสอบการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง และยังเป็นการสร้างมาตราฐานในการเลือกตั้งหากรัฐให้ความสำคัญโดยประชาสัมพันธ์ต่อประชาชน ในการสร้างท้องถิ่นที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริงให้ได้เสียก่อน และควบคุมกำกับให้การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเป็นตัวสะท้อนปัญหาของกลุ่มท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้ท้องถิ่นกับ ส.ส. ใกล้ชิดกัน และสามารถพัฒนาการเมืองภาคประชาชน และพัฒนาการเมืองในระดับท้องถิ่นให้มีความสัมพันธ์ต่อการพัฒนาชาติได้
-
แต่หากพิจารณาให้ดีหากนักการเมืองไม่ให้ความสำคัญต่อสภาพัฒนาการเมือง หรือสภาพัฒนาองค์กรชุมชนควบคู่กันไป การเมืองภาคประชาชนที่จะไปขับเคลื่อนการเมืองท้องถิ่นก็คงทำไม่ได้ และนักการเมืองในระบบพรรคการเมืองก็จะแทรกแซงการทำงานในระดับท้องถิ่น ใช้กลไกพรรคการเมืองที่อยู่ในซีกรัฐบาลอัดงบประมาณ และอาจมีการฮั่วประมูล ทุจริตกันได้
-
ดังนั้นหากประชาชนเห็นความสำคัญของรัฐธรรมนูญ 2550 ก็ต้องเร่งให้ความเข้าใจต่อกันและกันในเรื่องการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต โดยเขตหนึ่งนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ไม่เกินสามคน และในแต่ละจังหวัดต้องแบ่งเขตเลือกตั้งให้ลงตัว โดยให้ดูสาระสำคัญดังนี้
-
(๕) ในกรณีที่แบ่งเขตเลือกตั้งในจังหวัดหนึ่งให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครบสามคนทุกเขตไม่ได้ ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตเลือกตั้งที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตละสามคนเสียก่อน แต่เขตที่เหลือต้องไม่น้อยกว่าเขตละสองคน ถ้าจังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สี่คน ให้แบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นสองเขต เขตหนึ่งให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสองคน
-
ซึ่งท่านก็คงเข้าใจแล้วว่า หากมีคนอ้างว่ามาตราดังกล่าวที่โจมตีกันว่าไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะไปจำกัดเขตการเลือกตั้งให้แคบให้เหมาะต่อการที่ประชาชนจะพิจารณาเลือกหรือใช้สิทธิ์ และป้องกันการสร้างอาณัติสัญญาณจากหัวหน้าพรรคการเมือง รวมถึงการอ้างคะแนนนิยมพรรคมาบังคับให้เอกสิทธิ์ของส.ส.ในการลงมติในเรื่องสำคัญต่างๆ ในรัฐสภา เอามาบังคับเป็นมติพรรค จนส.ส.ต้องทำตามมติพรรคแทนความคิดเห็นของประชาชนในเขตของตน
-
ที่สำคัญหากกลับไปใช้แบบเขตเดียวเบอร์เดียว ก็เป็นประโยชน์ต่อการทุ่มทุนหาเสียงในทันที และเป็นการอ้างสิทธิ์ของประชาชนทั้งจังหวัด หรือทั้งประเทศได้โดยอ้างความนิยมในตัวพรรคการเมืองให้อยู่เหนือความสำคัญของตัวสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในทันทีเช่นกัน
-
ดังนั้นหากเรายังไม่สามารถเข้าใจเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ 2550 ในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว เราก็คงต้องเสียสิทธิ์ในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะพัฒนาหรือปฏิรูปการเมืองการปกครองไทยนั้นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น