วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

รัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์ ความเป็นคนต้องสถิตในใจของคนทุกคน


(ข้อมูลอ้างอิง)ช่วงประมาณศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล, ความเกลียดชังอาฆาตพวกทรราชได้ถูกฝังลึกเข้าไปในกระดูก ความเกลียดชังอันนี้ได้สะท้อนออกมาให้เห็นในงานเขียนของปรัชญาเมธีทั้งสองท่าน คือ เพลโต และ อริสโตเติล(ในทางรัฐศาสตร์ถือว่า นักปรัชญาทั้งสองท่านนี้เป็นนักทฤษฎีทางการเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดของกรีกยุคโบราณ). ทั้งเพลโตและอริสโตเติล แม้ว่าจะมีความรู้สึกต่อต้านประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ได้ชื่นชมต่อพวกทรราช ดังจะเห็นได้จากงงานเขียนของท่านทั้งสอง ซึ่งได้มีการใช้คำว่า”ทรราช”ในฐานะที่เป็นศัพท์คำหนึ่งซึ่งเป็นการตำหนิ และสบประมาท และใช้เป็นคำเรียกที่แสดงให้เห็นถึงความที่น่าอัปยศอดสู. จนกระทั่งคนรุ่นต่อมาได้เรียนรู้ที่จะจำแนกความแตกต่างระหว่างการปกครองโดย”กษัตริย์” กับ การปกครองโดย”ทรราช”ได้อย่างชัดเจน นั่นคือ 

การปกครองในระบอบกษัตริย์ถูกรับรู้ว่าเป็น"รูปแบบการปกครองโดยอาศัยกฎหมายอย่างบริบูรณ์และดีงาม" ส่วน"การปกครองในระบอบทรราชนั้น ปราศจากกฎหมาย และเป็นไปในทางทุจริต".

วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ทำไมการโค่นล้มเจ้าจึงมีการวางแผนที่ประเทศฝรั่งเศส

เสียงลือกันดังว่า เด็กหัวนอกจะคิดการกบฎ และจะจับพระบรมวงษานุวงศ์เอาไว้เป็นตัวประกันเพื่อแลกกับการสละราชสมบัติ หรือการยึดอำนาจการบริหารแผ่นดินจากกษัตริย์ โดยอ้างว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาปากท้องให้กับประชาชน

"หลังจากการประชุมกลุ่มผู้ต้องการเห็นบ้านเมือง มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้กลับมาประเทศสยาม และได้ติดต่อประชาชนทุกอาชีพ ประกอบด้วยข้าราชการฝ่ายทหารบก ทหารเรือ พลเรือน และราษฎร โดยใช้นามว่า “คณะราษฎร” "

เสียงลือนั้นดังไปทั่วพระนคร แต่เนื่องด้วยความจริงใจและใสซื่อของคนไทยที่เป็นชนชาติหลักในการก่อร่างสร้างเมืองนี้ ยังเห็นถึงความเป็นแผ่นดินสยาม มิใช่แผ่นดินทาสอย่างที่คณะราษฎร์ได้ใส่ร้ายป้ายสี สิ่งต่างๆ เหล่านี้จึงเป็นที่น่าสนใจและน่าดูตัวอย่างการเมืองการปกครองในช่วงปีพ.ศ.๒๔๗๕ และการปฏิวัติฝรั่งเศสให้ดีว่า แท้จริงแล้วขบวนการโค่นล้มเจ้านั้นมีมาอย่างช้านาน เีพียงเขาไม่สามารถทำให้การเมืองขาวบริสุทธิ์ดังที่เขาคุยโม้ได้ก็เท่านั้นเอง

สะท้อนเหตุการณ์ในสมัยในหลวงรัชกาลที่ ๗ ต่อสถานการณ์การเมืองไทยจนถึงปัจจุบัน

“.... ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใด โดยฉะเพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร”

การปล้นพระราชอำนาจการบริหารราชการแผ่นดินในปี ๒๔๗๕


หลายคนพยายามตีความเข้าข้างตนเองว่า คณะราษฎร์ได้เสนอแนวทางออกให้กับชาติบ้านเมือง โดยเสนอรัฐธรรมนูญ หรือธรรมนูญการปกครองขึ้นเสียใหม่ ซึ่งหากพิจารณาให้ดีถึงเหตุผล ในการเปลี่ยนฟ้าเปลี่ยนดินในครั้งนั้นว่ามีเหตุผลสำคัญอยู่ที่ใด เนื่องจากสยามประเทศในสมัยนั้นข้าราชการมีแต่การโกงอาณาประชาราษฎร์ แม้จะมีการลดเบี้ยหวัดต่างๆ ก็กลับทำให้ข้าราชการน้อยใหญ่ไม่พึงพอใจ แม้ว่าพระมหากษัตริย์จะทรงลดเบี้ยหวัดของพระองค์ลงเป็นปฐมบทของการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่เป็นที่พึงพอใจต่อผู้คิดก่อการกบฏอย่างพวกคณะราษฎร์

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

การเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งในช่วงปี 2550 เขาเป็นไงกันนะ

มาตรา ๙๔ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งใดมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้เท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีได้ในเขตเลือกตั้งนั้น การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในแต่ละเขตเลือกตั้งและการกำหนดเขตเลือกตั้ง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2552

มาตรา ๓๐ บุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน


หากพูดถึงความเท่าเทียมกัน โดยที่เราเริ่มต้นจากการกำหนดสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียม โดยมิได้ก้าวล่วงพระราชอำนาจขององค์ประมุขแล้ว เราจะมองเห็นถึงความเสมอภาคของนักการเมืองกับประชาชนอย่างชัดเจนขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับสิทธิใกล้ชิดสถาบันพระมหากษัตริย์มากขึ้น และสามารถพลักดันโครงการหลวงให้นำความผาสุกมายังประชาชนได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะคำกำจัดความของมาตรา ๓๐ นี้หมายรวมถึงการจำกัดความขัดแย้งทางการเมือง ที่มักเกิดขึ้นในนานาประเทศ ระหว่างสังคมนิยม และประชาธิปไตย หรือเผด็จการนิยม ที่อาศัยกลไกการเลือกตั้งเข้ามามีอำนาจในระบบรัฐสภา จนไม่อาจสรุปได้ว่าประเทศนั้นๆ ปกครองภายใต้ระบอบการปกครองใดกันแน่

มาตรา ๒๖ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์


มาตรา ๒๖ การใช้อำนาจโดยองค์กรของรัฐทุกองค์กร ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิและเสรีภาพ ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

หากพูดถึง มาตรา ๒๖ ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐  ก็ต้องคิดถึงข้อดีของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะเรื่องการให้ความสำคัญต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนในระดับล่างแล้ว เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด เพราะส่วนใหญ่การพูดเรื่องการเมือง การพูดเรื่องสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนพึงได้รับ จะเป็นหน้าที่ของข้าราชการ หรือนักการเมืองสะหมด